โรงเรียนโสมาภา
โสมาภากรุ๊ป โรงเรียนโสมาภา

หน้าหลักปฐมวัยหน้าหลักประถมศึกษาIntensive English Program ( IEP )รายการอาหารงานบริการร่วมงานกับเรา

menu
 
             วันศุกร์ที่ 4  ก.ค. 51  นักเรียนระดับอนุบาล 2  ทัศนศึกษาเมืองจราจรจำลอง  เขตจตุจักร     เด็กๆ ได้รับความเกี่ยวกับการขับขี่บนท้องถนนจากวิทยากร  และได้ทดลองปั่นจักรยานบนถนนจำลอง   อ่านต่อ

           โรงเรียนโสมาภาได้จัดพิธีไหว้ครู และครอบครูระดับอนุบาลและประถมขึ้น โดย อ.ไพฑูรย์ เข้มแข็ง วิทยาลัยนาฏศิลป์ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ และคณะ ในวันที่ 15 มิถุนายน 2551 เวลา 08.30-13.00 น. ณ ห้องประชุมสมพงศ์ โรงเรียนโสมาภาอ่านต่อ

                 โรงเรียนโสมาภา 2 ได้ก่อสร้างสระว่ายน้ำและมีการเรียนว่ายน้ำในคอร์ดแรก เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2551 เป็นวันแรก โดยแบ่งการเรียนออกเป็น 2 ส่วน  คือเรียนวันจันทร์-ศุกร์หลังเลิกเรียน และเรียนในวันเสาร์-อาทิตย์ สนใจรายละเอีอดเพิ่มเติมติดต่อฝ่ายธุรการโรงเรียนโสมาภา 02-734-8865   อ่านต่อ

                          

 

 โครงงานแสนสนุก                  
 ภาพกิจกรรมประจำวัน       
 โครงการ/กิจกรรม                    
 สมาชิกชาวปฐมวัย             
 กิจกรรมพ่อแม่อาสา            
 

                              
                                 
                                    
        นักเรียนคนเก่งชั้นอนุบาล 2/3 ห้องดอกมะลิ  ทำความดีด้วยการช่วยเหลือคุณครูจ๋า  และคุณครูใสทำงานในห้องเรียนอย่างขยันขันแข็ง  น้องๆดูแล้วอย่าลืมช่วยคุณครู และคุณพ่อครูแม่ทำงานบ้านด้วยนะคะ  อ่านต่อ

 GAME
เกมส์การ เพิ่มทักษะไหวพริบGAME

                                                                                                                                            

ข่าวสารการอบรมของครูระดับปฐมวัย

                      
                                                                                                                                          

เกมส์สำหรับเด็ก 

เกมส์จับผิดภาพ 3

แต่งบ้าน Football เกมส์แต่งห้อง
                                                               
                                                                                                                                          

 ระเบียบการรับสมัครนักเรียนเข้าใหม่

 

                                                                                                                                         

บทความน่ารู้ประจำเดือนกรกฎาคม

ถ้าจะให้ลูกเป็นหนูน้อย  2  ภาษา

โดยกองบรรณาธิการนิตยสารรักลูก

             สมัยนี้ ถ้าคนเรามีความรู้ทางภาษามากกว่า 1 ถือว่าได้เปรียบ มีโอกาสทางสังคมมากกว่าใช่ไหม  คะคุณพ่อคุณแม่ยุคนี้ ก็เลยพยายามสรรหาโอกาสการเรียนรู้ภาษาอื่นให้แก่ลูกตัวเอง เริ่มกันตั้งแต่วัยเริ่ม เรียนเลยล่ะ แต่ดีหรือไม่ดี เหมาะสมหรือไม่เหมาะสมอย่างไร เราจะไปหาคำตอบชัดๆ จากผู้เชี่ยว ชาญด้านเด็ก 2 ท่านค่ะ คือ ดร.วรนาท รักษ์สกุลไทย ผู้อำนวยการโรงเรียนเกษมพิทยา (แผนก อนุบาล) นักการศึกษา คนเก่งอีกท่านหนึ่งของเมืองไทย และ จิตแพทย์เด็ก พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ รองผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่น
ดร.วรนาท รักษ์สกุลไทย ผู้อำนวยการโรงเรียนเกษมพิทยา (แผนกอนุบาล) "เรียนหลัง 6 ขวบก็ไม่สายเกิน"

ก่อนที่เราจะไปถกกันว่าเจ้าตัวน้อยๆ ของเราจะเริ่มเรียนรู้ภาษาที่ 2 ไม่ว่าจะเป็นภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ญี่ปุ่น ฯลฯ... ได้หรือไม่ในช่วงวัย 1-3 ขวบ เรามารู้จักกับการเรียนรู้ภาษา ของเด็กวัยนี้ กันก่อนดีไหมคะ

คำว่า "ภาษา" ตามความหมายของพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานหมายถึง เสียงหรือกิริยาอาการ ที่ทำความเข้าใจกันได้, คำพูด, ถ้อยคำที่ใช้พูดกัน และหมายถึงการส่งสารและรับสารด้วย คำที่มี ความหมาย มีสิ่งที่เราต้องการจะสื่อ ถ่ายทอดออกไปให้ผู้อื่นได้รู้ด้วยค่ะ โดยพ่อแม่จะต้องเข้าใจ ถึงเงื่อนไขในการเรียนภาษาของเด็กไว้ก่อนว่า

1. ในการเรียนภาษาพร้อมๆ กันทั้ง 2 ภาษานั้นลูกเราจะต้องมีความเข้าใจ และสามารถใช้ภาษา ทั้งสองได้อย่างเท่าเทียมกัน

2. การเรียนภาษาที่ 2 ของลูกนั้นต้องเรียนภายใต้เงื่อนไขและสถานการณ์ที่เป็นธรรมชาติ เพราะฉะนั้นคนในครอบครัวของเราก็ควรที่จะใช้ได้ทั้ง 2 ภาษา เพื่อจะได้พูดจาโต้ตอบ กับเจ้าตัวน้อยได้ด้วยค่ะ

และ 3. ทั้งภาษาแม่และภาษาที่ 2 ที่เราสอนลูกนั้นจะต้องพัฒนาไปในเวลาเดียวกันค่ะ ดังนั้นก่อนที่จะส่งลูกวัย 1-3 ปีเรียนรู้ภาษามากกว่า 1 ภาษาเพิ่มขึ้น คุณพ่อคุณแม่ต้องตอบตัวเองก่อน ว่าจำเป็น แค่ไหนที่ลูกจะต้องเรียนรู้ภาษาเพิ่มเติม และครอบครัว สังคมรอบๆ ตัวลูกเรามีโอกาส ที่จะได้ใช้ ภาษาอื่นนอกจากภาษาไทยหรือไม่

เพราะการใช้ภาษาอื่นนี้ ไม่ใช่แค่การพูดทักทายคุณพ่อคุณแม่ในตอนเช้าว่า Good morning แต่เป็นการใช้ภาษาในลักษณะที่มีปฏิสัมพันธ์ มีการโต้ตอบกัน ไม่ใช่เรียนภาษาแบบนกแก้ว นกขุนทองท่องจำ และหากลูกไม่มีโอกาสได้ใช้ในชีวิตประจำวัน การเรียนภาษาก็ไม่มีโอกาส ได้พัฒนา ก็จะเป็นการเรียนแบบท่องจำไป และถ้าเป็นอย่างนี้จะทำให้ลูกเราไม่รู้จักคิด คิดไม่ได้ คิดไม่เป็น เกิดความล้มเหลวทางระบบการคิด อาจส่งผลกระทบถึงการเรียนรู้ด้านอื่นๆ ได้......

พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ รองผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่น "ภาษาที่ 2 เริ่มตั้งแต่เล็กๆ ได้เลย"

เมื่อพูดถึงการเรียนรู้ภาษาของเด็กคุณหมออัมพรเล่าว่า ประมาณ 8 ปีแรกของชีวิตจะเป็นช่วง เวลา ทองของพัฒนาการด้านนี้เลยค่ะ ในช่วง 3 ขวบปีแรกลูกเราอาจจะยังมีการพูดที่ไม่สมบูรณ์แบบ ใกล้เคียงกับผู้ใหญ่นัก แต่ในช่วงนี้หากลูกได้รับการส่งเสริมหรือคุณพ่อคุณแม่เอื้อในการเรียนรู้ภาษา ของลูกแล้ว ก็จะเป็นพื้นฐานที่สำคัญให้เจ้าตัวน้อยมีความเข้าใจในภาษา ใช้ภาษาสื่อสารได้ดี รับรู้และสามารถถ่ายทอดออกไปได้

แต่การเรียนภาษาที่ 2 ตั้งแต่เล็กๆ ข้อดีอยู่ที่ถ้าเด็กได้เรียนรู้ ซึมซาบกับสำเนียงของภาษา ใดตั้งแต่ ่เล็กๆ แล้ว เขาก็จะสามารถใช้ภาษานั้นได้อย่างไพเราะ มีสำเนียงถูกต้องมากเท่านั้น เช่น เด็กเติบโตมากับพี่เลี้ยงที่พูดจาสำเนียงไม่ไพเราะ ถึงแม้คุณพ่อคุณแม่จะมีภาษาที่ไพเราะก็ตาม แต่ถ้าไม่ได้เลี้ยงดูลูกด้วยตัวเองแล้ว ลูกก็จะติดสำเนียง จังหวะจะโคนในการพูดจากสิ่งแวดล้อม ที่อยู่รอบตัวเขาได้ค่ะ

ทั้งนี้เป็นเพราะหน้าต่างการเรียนรู้ภาษาของเด็กจะปิดเมื่ออายุ 8 ปี สำเนียงต่างๆ จะถูกตั้งไว้แล้ว รวมถึงความเข้าใจ และการคิดอย่างเป็นระบบด้วยภาษานั้นๆ ถ้าเด็กที่ถูกสอนด้วยภาษาอังกฤษ หรือจีน เขาก็มีโอกาสคิดเป็นภาษาอังกฤษ ภาษาจีน และโต้ตอบเป็นภาษานั้นได้ ถ้า 8 ขวบไปแล้ว ความคิดในเชิงนั้นจะช้าลงมาก อย่างเวลาที่เราคิดว่า เสื้อสีแดง ถ้าเวลาที่คิดเป็นภาษาอังกฤษ เราต้องบอกว่า red shirt แต่ถ้าเด็กเรียนแบบเสื้อสีแดงมาตลอดจนพ้น 8 ขวบไปแล้ว อยู่มาวันหนึ่ง ต้องมาพูดว่า red shirt เด็กจะคิดนานกว่าธรรมดา จะไม่เป็นอัตโนมัติเหมือนคนที่เรียนรู้ก่อน 8 ขวบ

เพราะฉะนั้นถ้าถามว่าควรจะเรียนรู้จนอยู่ในความรู้สึก สามารถคิดเป็นอังกฤษได้ต้องเริ่มเรียนรู้ก่อน 8 ขวบ หลังจากนั้นก็เป็นไปได้ค่ะ แต่จะช้า ไม่ดีเลิศเท่ากับเด็กกลุ่มที่เรียนรู้ตั้งแต่ต้นๆ ของชีวิต....

ที่ได้อ่านไปนั้น เป็นเพียงส่วนเสี้ยวสั้นๆ ของมุมมองสองมุมที่แตกต่างว่าด้วยเรื่องนี้ ขอเชิญชวน คุณพ่อคุณแม่อ่านรายละเอียดเต็มๆ ในรักลูกฉบับเดือนกันยายนที่กำลังวางแผงอยู่ในเวลานี้ เพื่อค้นพบหนทางที่ดีที่สุดในการสอนภาษาที่ 2 3 4 ให้ลูกรัก                                                                                                                                   

ข้อมูลจาก : นิตยสาร รักลูก ฉบับที่ 236 เดือนกันยายน พ.ศ. 2545

                                                           
                                                                                                                                       

                                                                                                  


Untitled Document
©2006 All Rights Reserved Somapa School Group. E-mail: somapa2@somapa2.com